การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป ประกาศความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจ (MoU)

18 กันยายน 2561 - 18 กันยายน 2561

รายละเอียด

เช้าวันนี้ (18 กันยายน 2561) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นางสาวพิมพ์ปวีณ์ นพกิจกำจร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาด เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป ประกาศความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ในการทำการตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันอย่างยั่งยืน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาสู่ประเทศไทยด้วยแพลตฟอร์มการเดินทางออนไลน์ระดับโลก ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 10 อาคาร ททท.

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า  ททท. มีวิสัยทัศน์ ในการที่จะเป็นผู้นำในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างยั่งยืน  ทั้งนี้ ได้รณรงค์ให้เกิดการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ททท. ได้เปิดตัวแคมเปญ “เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต หรือ Amazing Thailand Go Local” เพื่อนำเสนอเสน่ห์ความสวยงามของ 55 เมืองรอง  สู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งแต่ละเมืองก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเชื่อว่าจะถูกใจนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจที่หลากหลาย อันเป็นการขานรับนโยบายรัฐบาลปลุกกระแสท่องเที่ยวเมืองรองหลังคณะรัฐมนตรีประกาศลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรองตลอดปี 2561  ทั้งนี้การที่ ททท. ได้เป็นพันธมิตรกับเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ปผ่านการลงนามในบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ จะช่วยให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองและมาตรการการลดหย่อนภาษีจะสามารถดำเนินการตามแผนที่เราได้กำหนดไว้”

นางพิมพ์ปวีณ์ นพกิจกำจร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ปได้ช่วยนำนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนแหล่งท่องเที่ยวหลักของประเทศไทยตลอดทั้งปี  โดยตามบันทึกความเข้าใจฯนี้จะเป็นการผสานความร่วมมือในลักษณะหุ้นส่วนทางกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการด้านการท่องเที่ยวของ ททท. ในการดึงนักท่องเที่ยวมายังเมืองรองในประเทศไทย และส่งเสริมให้ประเทศไทยคงตำแหน่งผู้นำด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอาไว้ได้ นอกจากนี้ บันทึกความเข้าใจฯ ครั้งนี้จะเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมืองรอง โดยการแบ่งปันความรู้ความชำนาญทางระบบการจองตั๋วและห้องแบบดิจิตัลแก่โรงแรมต่างๆ ด้วยการใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีล้ำสมัยของเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป เช่น เครื่องมือพาร์ทเนอร์​เซ็นทรัล (Partner Central) การช่วยพัฒนาทักษะด้านการใช้ระบบการจัดการรายรับ รวบรวมข้อมูลและการตอบกลับความคิดเห็นจากผู้เข้าพักแบบดิจิตัลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจัดการรีวิวออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็ตรงกับเป้าหมายของประเทศไทยที่ต้องการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเพื่อสร้างงานและลดช่องว่างของรายได้ระหว่างพื้นที่ในเขตเมืองและพื้นที่เขตชนบท

“ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลางทางที่ขึ้นชื่อทั้งด้านการพักผ่อนและสำหรับการพบปะทางธุรกิจ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ แล้ว เรายังต้องการนำเสนอความงดงามที่ซ่อนอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองรองแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ทราบ แต่ละเมืองมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเราเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากหลากหลายกลุ่มได้ เมื่อเร็วๆ นี้ เราได้เปิดตัวแคมเปญ “Go Local” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะสนับสนุนสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองรอง เราเลือกร่วมมือกับ เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป ผ่านบันทึกความเข้าใจฯในครั้งนี้เพื่อสร้างแรงกระตุ้นกับแคมเปญดังกล่าวของเรา” นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าว

ความร่วมมือทางกลยุทธ์ครั้งนี้้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีอัตราการใช้จ่ายสูงมักมาจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในเหล่าเมืองรองของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยเมืองยอดนิยม ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตรัง และจังหวัดตราด ซึ่งความต้องการในการเดินทางมาท่องเที่ยวสู่จุดหมายปลายทางเหล่านี้ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง

“ที่พักส่วนใหญ่ในเมืองรองมักเปิดให้จองแบบออฟไลน์ นั่นหมายความว่านักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะค้นหาและจองได้ยาก ทำให้เหล่าโรงแรมพลาดโอกาสในการทำรายได้จากการเติบโตด้านจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศ โดยเราจะเริ่มกิจกรรมสนับสนุนต่างๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจกับเหล่าโรงแรมเกี่ยวกับคุณค่าในการเปิดช่องทางออนไลน์ โดยโรงแรมจะสามารถใช้เครื่องมือสำหรับคู่ค้าของเราในการจัดการราคาและจำนวนห้องพักว่าง รายละเอียดเนื้อหาออนไลน์ และจัดการความพึงพอใจของผู้เข้าพักได้อย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมพัฒนาความรู้ด้านดิจิตอลในอุตสาหกรรมการบริการนี้จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น” นางพิมพ์ปวีณ์ นพกิจกำจร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป กล่าว

ความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลงนี้จะรวมถึงการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่เน้นรายละเอียดเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ตลอดจนแนวโน้มต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถของททท. ในการวางแผนแคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้นและอยู่ในประเทศนานขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำแคมเปญการตลาดให้กับแหล่งการท่องเที่ยวเพื่อชูสถานที่ท่องเที่ยวเมืองรองที่แปลกใหม่และยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเพื่อโปรโมทเหล่าที่พักแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ของ เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ปทั่วโลกซึ่งมีจำนวนกว่า 675 ล้านคนต่อเดือน

เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ปจะช่วยทำการตลาดสำหรับเหล่าเมืองท่องเที่ยวต่างๆ และทำการถ่ายทอดทักษะการทำงานด้วยระบบออนไลน์สู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมืองรองด้วยเช่นกัน โดยจะมีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับโรงแรมคู่ค้าเพื่อแนะนำวิธีการใช้แพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ เซ็นทรัลของเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป เพื่อพัฒนาทักษะ ช่วยสร้างรายได้ และเพิ่มความสามารถในการจัดการระบบของโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลางในท้องถิ่นได้

ส่วนความร่วมมือในด้านอื่นๆ ได้แก่ แคมเปญความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ที่มุ่งสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับโรงแรมในประเทศไทย และลดการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งและพลาสติกทั่วไปในโรงแรม ทั้งนี้ เพื่อลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมและความเสียหายจากการเติบโตของการท่องเที่ยว 

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนับเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยคิดเป็นเกือบ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี และ 7% ของจำนวนการจ้างงาน  ในฐานะที่เป็น บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในโลก เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวเชิงกลยุทธ์กับประเทศไทย เพื่อเชื่อมต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกับนักท่องเที่ยวในเครือข่ายเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ปทั่วโลก มร. อัง ชู พิน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายรัฐบาลและองค์กรภาคพื้นเอเชีย เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ปกล่าว

มร. อัง กล่าวเสริมอีกว่า ด้วยการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว และการเสริมสร้างทักษะและความรู้บุคคลากรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดแบบดิจิตอล และการทำกิจกรรมทางสังคม ที่จะร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแบ่งปันความรู้ที่เป็นประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง


Top